ไปเที่ยวสวนสัตว์…

พอนึกถึงความรู้สึกนี้เราก็คงนึกไปถึงอารมณ์ของหนูๆ ทั้งหลาย

แต่สำหรับฉันวันนี้ อารมณ์นี้ มันไม่ใช่เลย

ฉันหลับแบบไม่เต็มตาไม่เต็มอิ่มในช่วงค่ำคืนของวันโกหกของฝรั่งหรือ  April’s fool day นั้นเอง แน่นอนที่สุดเมื่อตื่นเช้ามามันมีอาการลอยๆ เหมือนโลกนี้มันหวิวๆ กลวงๆ บอกไม่ถูก เหมือนตื่นจากฝันอะไรสักอย่าง ไปทำงานด้วยสภาพนี้ไม่ได้ อยู่บ้านกับแม่ด้วยอาการอิดโรยแบบนี้ ก็คงไม่ดีไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจไปด้วย

 อารมณ์ติสเกิดอีกแล้ว อยากอยู่คนเดียว อยากขับรถไปเรื่อยๆ อยากไปเจอธรรมชาติอะไรสักอย่าง แล้วฉันก็ทำเหมือนว่าออกไปทำงาน แต่ว่า ฉันมุ่งหน้าไป สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

ฉันโทรไปลาป่วยกับหัวหน้า (ป่วยทางใจ) แล้วก็ปิดเสียงโทรศัพท์ ไม่อยากรับรู้อะไว ตั้งใจขับรถไปออกเส้นมอเตอร์เวย์ (อีกแล้ว) พอมาถึงเขาเขียวทางเข้ามันช่างวิเวกวังเวงโหวงเหวงจนฉันกลัว แต่ฉันก็จ่ายเงินค่าเข้าชมสวนสัตว์ไปตามระเบียบ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แฮะ ไม่แพงเท่าไหร่นะ รู้แค่นั้น

ขับเข้าไปตามทางจะมีป้ายบอกตลอดทาง

เวรของกรรม ฉันไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปมา…ไร้สติจริงๆ นะเนี่ย ยังดีที่มือถือโซนี่สุดที่รักของฉันพอใช้การได้ พอที่จะใช้เก็บภาพสัตว์โลกน่ารักมาได้บ้าง 

อะไรคือประเด็นของบล้อกเรื่องนี้เหรอ??

ฉันแค่อยากจะบอกว่า มันอาจจะพอเป็นทางออกทีดีสำหรับใครบางคนที่กำลังตกอยู่ในช่วงแย่ๆ ของชีวิตแล้วคิดจะทำอะไรบ้าๆ บอๆ หรือคิดทำร้ายตัวเอง

แต่สำหรับฉันวันนั้นการเดินปล่อยใจไปตามสบาย ดูสัตว์ต่างๆ เชื่อมั้ย..มันทำให้เรายิ้มได้นะ เพราะความน่ารักของมัน น่ารักแบบบริสุทธิ์จริงๆ

อย่างเช่นตอนฉันเดินมาเจอเจ้าหนูยักษ์ตัวนี้เนี่ย มันเหมือนแฮมสเตอร์ยักษ์เลยนะ ขนาดตัวของมันเห็นแล้วขำเลยเพราะมันสูงพอๆ กับเข่าฉันได้ ป้ายหน้ากรงก็เขียนไว้ว่าหนูยักษ์ด้วย ชื่อทางการของมันไม่ได้จำมาด้วยสิ

น่ารักป้ะ? ฉันชอบมากเจ้าแฮมสเตอร์ยักษ์ตัวนี้ 

ฉันเดินและขับรถไปเรื่อยๆ แวะนั่งกินลมชมสัตว์ไปจนลืมเรื่องราวต่างๆ จนสนิทเลย ตามทาง ตามป้ายบอกไปเรื่อย ก็จะเจอเจ้าช้างตัวโต แต่ชื่อเล้กนิดเดียวอย่างน้อง จิ๋ม (ชื่อของมัน) ตัวนี้ :)

ฝรั่งหลายคนพยามเรียกชื่อมันตามที่คนเลี้ยงช้างอธิบาย พร้อมกับให้อาหารมันไปด้วย

ยังมีสัตว์โลกที่น่ารักอีกเยอะแต่เสียดายที่ฉันไม่ได้มีกล้องดีๆ ติดตัวไปด้วย ดังนั้นก็จะมีภาพเก็บตกมาเพียงเล้กน้อยเท่านั้น ไปดูกันดีกว่า

เจ้ากระต่ายอ้วนน่ารักๆ

ส่วนนี่คือ estate ที่หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมลองเข้าไปดูได้ที่ http://www.estateresort.com/ ไม่คิดว่ามันจะอยู่ในนี้เหมือนกัน น่ารักดีค่ะ

ภาพสุดท้ายคือ สัตว์สงวนของโลก เพิ่งจะถอดเขาเมื่อไม่นานมานี้ ^^ ฉันเอง พยายามจะถ่ายออกไปให้เห็นวิวของ estate ทำได้แค่นี้แหละจ้า กล้องมือถือ

จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านด้วยความสบายใจ ทิ้งความมึน งง ของชิวิตไปเรียบร้อยแล้ว 

เป็นการ recharge battary of life ได้อีกทางนึงนะคะ….การที่เราหาทางให้ออกตัวเอง การไปพักผ่อนในแบบที่เราต้องการ ไม่ต้องง้อใคร ทริปนี้ฉันเองขับรถไม่ถึงชั่วโมงหมดน้ำมันไปกลับเพียงไม่กี่ร้อยบาท ใช้เวลาอยู่กับต้นไม้ ป่าเขาเกือบสี่ชั่วโมงเต็มในสวนสัตว์ครั้งนั้น

ขอบคุณน้องๆ สัตว์ป่าที่น่ารัก ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวนะคะ ที่ทำให้ฉันยิ้มได้

ขอบคุณเพื่อนๆ หลายคนที่โทรหาฉันขอเหมาว่าด้วยความเป็นห่วง ตลอดทาง พวกแกเป็นกำลังใจจริงๆนะ

ขอบคุณเพื่อนคนนึงที่ฉันไปปล่อยโฮระหว่างทางที่ฉันไป คงรู้ตัวนะว่าใคร ขอโทษนะแต่ก็ขอบคุณจริงๆ ที่รับฟัง..

ขอบคุณเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งดีและไม่ดี ในชิวิตฉัน เพราะมันทำให้ฉันเข้มแข็งขึ้น รักตัวเองมากขึ้น ขอบคุณคร้าบบบ

love u all…