ความหมายของคำว่า โสด ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง กระทงความอีกส่วนหนึ่ง ส่วน แผนกเช่น อีกโสดหนึ่ง
แต่ถ้าเป็นคำกริยา โสด จะแปลว่า โดด, เดี่ยว, ไม่มีคู่, ยังไม่มีสามีหรือภรรยา เช่น หญิงโสด หรือ ชายโสด
ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันเองกลัวหนักหนากับคำๆ นี้
14 ปีที่ผ่านได้มีโอกาสเป็นโสดอยู่ประมาณ 10 วัน เมื่อประมาณเดือนกันยาปี 50 ที่ผ่านมาแล้วก็รีบๆ คว้าโอกาสเพราะได้ยินเสียงรถด่วนที่คิดว่าจะเป็นขบวนสุดท้ายไว้ แต่แล้วก็เกือบตกรถไฟขบวนนั้นแบบคอหักตาย
ถึงวินาทีนี้ เต็มปากเต็มคำเลย ฉันโสด (หวะ)
ควันหลงวาเลนไทน์ปี 51 ยังไม่สิ้นเท่าไร ฉันก็คว้ารางวัล…โสดฟ้าแลบ มาครองซะแล้ว ท่ามกลางความฉงนของเพื่อนและใครหลายคน ที่ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมๆๆ ก็เห็นรักกันดีนี่นา….บลาๆๆๆี สรุปว่า ภายใน 14 ปีที่ผ่านมา ตลอดเวลาอันยาวนานนั้น ใช้มันซะคุ้มค่ามากมาย มากด้วยประสบการณ์ที่ดีและแสนแย่มีทั้งคบพร้อมกัน 2 คนเป็นเวลา 3 ปีกว่าๆ ไปพร้อมๆกัน และอีกประปราย อย่าให้สาธยายความเลวร้ายของฉันเลย มันเกินจะรับได้
เพราะเคยคิดไง ว่า ความสุข มันได้มาจากความอบอุ่นที่คนเหล่านั้นให้เรา การได้จูงมือใครไปมันช่างโรแมนติก ติก ติก… มีคนเดียวก็ไม่พอ ก็ไในเมื่อคนนี้ให้แบบนี้ไม่ได้ (นี่หว่า) ก็ต้องเวลละคัม (welcome) ความรักที่คนอื่นมาทุ่มเทให้เราแบบที่อีกคนให้ไม่ได้สิ เค้าให้นี่นา ไม่ได้ขอ ก็คิดแบบนั้น เราไม่เคยโกหกใครนะ คนที่เข้ามาเค้าก็รับรู้และเต็มใจจะอยู่รอเรา ฉันคิดเสมอว่าฉันขาดความรักนะ ฉันมีปมด้อย ฉันอยากให้คนมารักฉัน ฉันเลิอกที่จะเลวบริสุทธิ์แบบนั้น
เมื่อความรักที่อุตส่าห์ประคับประคองมาสิบกว่าปีจบไปฉันก็หันมาทุ่มเทให้กับความรักครั้งใหม่อย่างจริงจัง ปรับปรุงตัวเอง เป็นคนดี อะไรที่เคยผิดพลาดไป ฉันจะไม่ให้มันเกิดกับความรักครั้งนี้ ฉันหยุดแล้ว (แล้วเธอหยุดได้มั้ยยยย) แต่สุดท้ายมันก็จบลงไปอีกครั้ง อย่างที่บอก สายฟ้าแลบ…
ฉันถึงกับมึน มีคำถามมากมาย วนเวียนในหัว เช่น จะอยู่คนเดียวยังงัยเนี่ย จะเหงามั้ย จะไปไหนทำอะไรกับใคร สารพัด สารพัน คิดไปต่างๆ นาๆ ในวันที่ฉันฟีลโซดาวน์ได้ขนาดนั้น เพื่อนเท่านั้นแหละที่จะอยู่ข้างฉันเสมอไม่ไปไหน เพื่อนสนิทที่สุดของฉันบอกกับฉันให้ได้คิดและสามารถหลุดออกมาจากสถานการณ์ที่แย่ได้ เพื่อนสนิทของดึงฉันกลับมาจากอาการฟูมฟายวันนั้นด้วยประโยคที่ว่า
“เธอจะร้องไห้ทำไม จะเสียใจทำไม ทำไมเธอไม่ถือว่านี่เป็นโอกาสที่ดีของเธอหล่ะ อะไรที่เราเคยคุยกันไว้เมื่อสี่เดือนก่อน เธอฝันอะไรไว้บ้าง ก็แค่มีเวลาได้ทำัมันแล้วนี่ไง วันนี้เธอไม่ต้องไปห้อยตามความฝันของใคร ที่ผ่านมาเธอเอาความฝันของเธอไปฝากไว้กับคนอื่นมาตลอด เธอคอยแต่จะตามฝันของคนที่เธอคบ เช่นตอนเธอคบคนนึงเธอก็เอาตัวเองไปห้อยต่องแต่งกับสิ่งที่เค้าจะทำ เค้าจะเปิดอู่ทำรถ เรือ พอมาคนใหม่ก็ตามเค้าไปอีก ตามกิจการของเค้าค้าขาย สิ่งที่เธอไม่ได้คิดอยากจะทำ บลาๆๆๆๆ”
ฉันได้แต่เงียบจนเพื่อนคิดว่าฉันไม่ได้ฟัง แต่เปล่าเลย ฉันเรียกโมเม้นต์นั้นว่า “สติ” ฉันได้สติต่างหาก
เชื่อมั้ย วันนั้นฉันหายเกือบสนิท ใช่เลย สติมาปัญญาเกิด… มันเหลือแค่ความเสียใจที่เกิดขึ้นตามสภาพ ตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น ก่อนหลับวันนั้นฉันบอกกับตัวเองว่า เอาน่าหลับตาแป้บเดียว เดี๋ยวมันก็พรุ่งนี้เช้าแล้ว
เช้าของอีกวันฉันมองอาการ โสด ได้เข้มแข็งกว่าเดิม บทเรียนต่างๆ ทั้งรักเก่า รักใหม่ สอนฉันมากมาย
ความอบอุ่นที่เคยไขว่คว้า โหยหาจากคนอื่น หวังแค่ว่าจะมีใครสักคนที่จะมากุมมือเวลาดูหนัง ขับรถ เดินจูงมือกันไป ลูบหัวให้กำลังใจเวลาฉันเสียใจและต้องการความอบอุ่นนั้น อยากจัง..อยากมีคนมากอดให้กำลังใจเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันต้องการ แต่เมื่อตื่นเช้ามาวันนี้เจอกับความจริงที่ว่าไม่มีฝันดีแบบนั้นแล้วจะต้องทำยังงัย
วันนี้ฉันอยากจะปรบมือให้ตัวเอง อยากเรียกตัวเองว่า คนเก่ง คนดี..
เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเราเก่งแค่ไหน ถ้าวันนั้นฉันไม่ได้คิดภาพว่าฉันลูบหัวตัวเอง กอดตัวเอง ตอนที่ร้องไห้ โอ๋ตัวเองแล้วบอกว่าหยุดร้องซะ นอนซะเถอะ ร้องจนเหนื่อยแล้ว ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครมาอยู่กับเราตอนนี้หรอก…แล้ววินาทีนั้นฉันก็หยุดร้องไห้ได้เอง เนี่ยแหละ ปลอบตัวเองสำเร็จ…ฉันว่าฉันเก่งนะ
เมื่อมีคนมาจูงมือเรา อาจอบอุ่นก็จริง แต่สัจธรรมคือสักวันเค้าก็ต้องปล่อย เพราะคนเราไม่จากเป็นก็จากตายและเมื่อเวลาที่เราไม่อยากจากลานั้นมาถึง ภาพที่เคยมี ที่เคยดี สุดท้ายมันก็เหลือเพียงแค่ความทรงจำถ้าจากกันด้วยดี และมันจะเป็นเพียงแค่จำได้…กับภาพลวงตา ถ้าที่ผ่านมามันไม่จริง (ฉันว่าฉันเจออย่างหลัง)
เมื่อมีคนมาลูบหัว มันช่างให้ความรู้สึกว่าเราได้รับการเอ็นดูจากคนๆนั้นซะเหลือเกิน แล้วใครจะมาคอยลูบหัวเราแบบนั้นได้ตลอดเวลาและทั้งชีวิตเหรอ ความจริงมันคงเป็นไปได้ยาก
ช่วงเวลานี้ทำให้ได้ว่างพอที่จะมานั่งถามตัวเองว่าอยากทำอะไร เพราะก่อนหน้านี้อาจจะมัวแต่คิดว่าจะไปไหน เจอกันกับเค้าคนนั้น วันนี้จะทำอะไรดี ดูหนังเรื่องอะไร เที่ยวไหนดีน้าา และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่วันนี้ของฉัน วันทั้งวัน เชื่อไหม ฉันมีเวลาให้กับตัวเองเต็มที่ เหลือเวลามากพอที่จะเก็บเกี่ยวความฝันที่หายไป ฉันวางแผนการไปเที่ยวของฉันในที่ๆ อยากไปโดยที่ไม่ต้องมานั่งรอใครจะมาว่างพร้อมกัน ฉันอยากไปซื้อของ กินอะไรที่อยากกิน โดยไม่ต้องถามความเห็นจากใครคนอื่น ฉันให้รางวัลกับตัวเองได้อย่างสบายใจ เอาใจตัวเองด้วยการตามใจเราเอง มันก็สามารถทำได้ ฉันเรียกมันว่า รางวัลคนโสด
สิ่งที่ดีที่สุดคือ มีเวลาหันมามองครอบครัว กลับบ้านเร็ว พักผ่อนไม่นอนดึก ให้เวลากับพ่อแม่ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ฉันวันนี้..พูดตรงนี้….ว่าฉันอาจไม่ได้โชคดีพอที่จะมีผู้ชายที่แสนดีในอุดมคติไว้ในครอบครอง แต่พูดในฐานะผู้หญิงคนนึงที่โชคดีพอที่คิดได้ว่า กรเป็นโสดแบบนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด อีกทั้งการได้หันหลังกลับมามองและรักตัวเองแบบจริงๆจังซะที และฉันยังโชคดีมากมายที่ได้มีทางมีโอกาสค้นหาตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ วินาทีฉันหยุดเอาความฝันไปห้อยตามคนอื่นแล้ว ตามใจตามกิเลสคนอื่นมานาน วันนี้แหละเวลาของเรา
เยอะแยะไปนะคนที่ไม่โสดแต่ไม่มีความสุข ฉันไม่ได้จะบอกว่าฉันไม่อยากมีความรักอีก แต่แค่จะบอกว่า ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างนี้สามารถนำมันมาเติมเต็มให้ชีวิตเราเองได้ พยายามหาข้อดีและขอบคุณสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิตแค่วันละครั้งก็น่าจะมีความสุขแล้วหล่ะ
แม้แต่ในพจนานุกรม ก็ไม่ได้ระบุไว้ว่า การเป็นโสด การไร้คู่ การไม่มีสามี หรือ ภรรยา คือ คนที่ไม่มีความสุขนี่นา…. จริงมั้ย??
Special Thanks to TidTee, my dear friend!
ขอบคุณมากๆ สำหรับคำปลอบใจวันนั้น ฉันไม่เสียใจเลยที่มีเพื่อนอย่างเธอ (แต่เธออาจจะคิดว่าเธอโชคร้ายที่มีเพื่อนแบบฉัน เพราะมีแต่เรื่องและปัญหาให้เธอตลอด แหะๆ) ยังงัยก็ขอโทษและขอบคุณเด้อ
You make me rise when I fall… ^^ Thank you na.
May 30, 2008 at 9:25 pm
^_^
June 3, 2008 at 12:05 pm
1 เสียงที่อยากอยู่ข้างพี่จูนไม่ว่าพี่จูนจะมี หรือไม่มีใครนะคะ
นู๋อยากมีเพื่อน มีพี่กะเค้ามั่งอ่ะ ส่วนแฟนนี่คงไม่ต้องพูดถึง
คงเป็นไปได้ยาก แหง่ววววว…
June 4, 2008 at 10:03 am
*_*
ก้ออ่านผลงานของคุณมาหลายเรื่อง
ประทับใจเรื่องนี้ที่สุดเลย เราไม่ได้ “โสด” หรอกนะ
แต่รู้สึกว่า การเป็น “โสด” ก้อไม่ได้เลวร้ายอะไร
วันนึงเราก้ออาจจะเป็น “โสด” กะเค้าได้เหมือนกัน
ไม่ว่าจะ “โสด” หรือ “คู่” ชีวิตมันมีข้อแตกต่าง
อยู่ที่คุณจะมองโลกแบบไหน กว้าง แคบ ดี แย่
ยกย่องคุณจิง ๆ ที่คุณเป็นแบบ กว้าง และ ดี
โลกของคุณ สดใส ร่าเริง โลกสีชมพู ไม่จำเป็นต้องมีความรัก เสมอไป
การมีเพื่อนที่ดี ก้อทำให้โลกเป็นสีชมพูเหมือนกัน
เป็นกำลังใจให้นะคะ เขียนเรื่องใหม่ ๆ ออกมาเร็ว ๆ นะคะ รออ่านอยู่
June 5, 2008 at 5:35 am
ขอบคุณครับน้องจูนที่ให้เข้ามาอ่าน พี่จูนชอบว่ะ 5555555+ ส่วนคำว่า “อีกไม่นานโสด” ของพี่นั้น แค่ประกาศให้โลกรู้เท่านั้น ( สาว ๆ นะ ) แต่สำหรับในตัวพี่เองนั้น มี “สติ” นานหล่ะ อิอิ
June 5, 2008 at 3:17 pm
ขอบคุณทุกคนนะคะ ^^ จากใจ
June 12, 2008 at 8:30 am
บอกแกแล้วว่าโสดอ่ะออกจาสบาย บอกให้มาอยู่ด้วยกันตั้งนานแล้วไม่เชื่อ อิอิอิ ยินดีต้อนรับเข้าสู่สมาคมคานทองนิเวศน์แห่งประเทศไทย
June 25, 2008 at 4:52 am
ถึงคุณ Saly
จริงเร้อ วันก่อนยังเห็นจับมือกับใครบางคนอยู่เลย
โสดเนี่ยมันดีจริงเร้อ
June 28, 2008 at 11:06 am
ถึงคุณจอยนิเฟ่อ
ออ อย่างนี้นี่เองนะคะ คงต้องเชื่อคุณจอยอ่ะค่ะ เพราะว่า คุณจอยคงเห็นมากะตา ในคอนเฉิด อยากเห็นจังค่ะ
ถึงคุณสาลี่
ก้อเข้าใจนะคะ ทีเรื่องตัวเองอ่ะ ทีเรื่องอิชั้นล่ะหาว่าปิดบัง อิถ่อ หุหุ นึกว่าจะแน่ มาชวนเค้าโสด ตัวเองก้อแอบไปเงียบๆ อ่ะนะ
เข้าใจว่า เสียงงงงงงงงงหัวจายมันดังบอกช้านนนนนนนนว่า จุดจุดจุด
เข้าใจแล้วใช่มั้ยล่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
June 30, 2008 at 7:20 am
ถึงคุณจูนและคุณจอย
ขอแก้ข่าวค่ะ ตอนนี้ก้อยังโสดอยู่ ก้อยอมรับว่าดูๆอยู่นะคะ แต่ว่าอนาคตนี่แทบมองไม่เห็นทางเลยค่ะ มืดมนสิ้นดี อันนี้คุณจอยรู้ดี เพราะโทรไปบ่นให้ฟัง ก้อไม่รู้ว่ามันจะทะเลาะอะไรกันทุกวี่ทุกวัน อนาคตคงจบลงที่หมู่บ้านคานทองเช่นเคย
June 30, 2008 at 5:56 pm
ทำไมถึงว่าอนาคตแทบมองไม่เห็นทางละครับคุณ SaLy, เขาคนนั้นผิวดำหรืออย่างไร
July 2, 2008 at 8:19 am
ถึงคุณ ^_^
เค้าคนนั้นไม่ใช่”ใหญ่”ค่ะ สงสัยจะเข้าใจผิด
August 20, 2008 at 7:25 am
โสดนี่หล่ะประเสริฐ เลิศๆๆๆๆๆ ที่ซู้ดดดด ถ้าไม่ติดว่ากรูรักใครไปแล้วนะ ยินดีจะโสดเป็นเพื่อนกานเรยเหอะ มีความสุข สุดๆๆๆๆๆๆ อะ
April 21, 2009 at 3:52 pm
อีกหนึ่งแง่คิดดีๆที่ควรอ่านเตือนใจตัวเองอยู่เรื่อยๆ