ทุกคืนวันอังคาร..หลังเลิกงานฉันจะไปรับแม่จากศูนย์นั่งสมาธิใกล้บ้านเสมอ
วันนี้ก้อเป็นอีกวันที่ทำแบบนั้น แต่ หลังจากที่ส่งแม่ที่บ้านแล้ว..
“แม่ หนูเอาของไปให้เพื่อน เดี๋ยวมานะ”
ฉันขับรถออกมาจากบ้านด้วยรอยยิ้มและหัวใจพองโต นึกถึงถุงของขวัญที่ห่อมันเองกับมือ และเค้ก iberry ชิ้นน้อยที่บรรจงปักเทียนไว้เล่มนึงตรงกลาง วางอยู่ข้างเบาะคนขับ ฉันกำลังจะไป surprise เพื่อนคนนึงของฉัน ต้องเรียกว่าเพื่อน..เพราะสถานะตอนนี้มันเป็นแบบนั้นนี่นา
ย้อนรอยหน่อย…ฉันถูกเปลี่ยนสถานะมาเป็นเพื่อนกับเค้าได้เพียง 38 วัน ด้วยเหตุผลที่ว่า “เราไปกันไม่ได้” สถานะฉันกับเค้าจึงกลายเป็นแค่ เพื่อน..ฉันเองไม่ได้เป็นผู้หญิงที่เป็นประเภทว่าถ้าเลิกกับคนรักเก่าแล้วเราจะต้องไม่เจอกัน ไม่พูดกัน อีกอย่างเราลากันด้วยความเข้าใจ ที่ผ่านมาต้องยอมรับบางจุดที่เราอาจไม่เข้ากันจริงๆ ถึงแม้ฉันอาจไม่ได้อยากให้มันจบลงแบบนี้ก็ตาม แต่ฉันก็ทำใจยอมรับมันได้ บอกกับตัวเองว่า อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ เวลาใครถามว่าเลิกกันเพราะอะไรฉันมักตอบไปเลี่ยงๆ ว่า ฉันคงตอบอะไรไม่ได้มากกว่านี้ ถ้าอยากรู้ว่าจริงๆ เพราะอะไรคงต้องถามคนที่เดินจากฉันไปเอาเอง เค้าว่าฉันเป็นผู้หญิงไม่เรียบร้อย ไม่ได้เป็นแม่พลอย เป็นคนแรง จนได้รับฉายาอ้วนขี้วีน ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ฉันดูเป็นผู้หญิงที่นิสัยแย่มากจนผู้ชานคนนึงรับไม่ได้ต้องเลิกไป
ต่อนะ..
ถึงที่หมาย..
โอ้ ดีใจจัง รถคันนั้นคุ้นตา เพราะฉันเคยได้นั่ง เคยได้ขับมันจอดอยู่หน้าบ้านตรงนั้น..ในบ้านไฟเปิด มีคนอยู่ มองเข้าไปเห็นแค่นั้น ไปหาที่จอดเพื่อเตรียมการ ว่าแต่ว่าเค้าคนนั้นอยู่บ้านรึเปล่า ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเกือบ 4 ทุ่มแล้ว..จุดที่ฉันจอดรถอยู่นั้นเป็นจุดที่ถ้าไม่เดินมาดูก็ไม่เห็นฉัน แต่ฉันสามารถมองออกไปแล้วพอจะเห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ได้บ้าง มีรถจอดหน้าฉันอยู่อีกสามคัน…ฉันได้มุมสงบเพื่อซ่อนตัว
ฉันพยายามติดต่อเพื่อนของฉัน 2-3 คนให้ช่วย โทรไปหาเค้า เพื่อถามว่า เค้าอยู่บ้านแน่ๆ รึเปล่า
แผนการ คือ.. กดกริ่งแต่ให้คนที่ลงมาเป็นเค้า ลงมาแล้วเจอ เค้กที่จุดเทียนทิ้งไว้หน้าบ้าน พร้อมกับของขวัญวางข้างๆ กัน แต่ฉันจะไม่อยู่ตรงนั้นนะ…ดูจากห่อของขวัญที่มันบอกความเป็นฉัน เค้าต้องรู้แน่ว่านี่ใครมาทำไว้ให้
กรรมของเวร … เพื่อนๆ ทั้งหลายไม่รับสายฉันเลยสักคนเดียว นั่นจึงทำให้ฉันกระสับกระส่าย ไม่รู้จะทำยังงัยเพื่อให้คนที่เดินออกมาเป็นเค้า ก็รอมันอยู่อย่างนั้น คิด คิด คิด ไม่อยากโทรเอง เดี๋ยวไม่เจ๋ง
ระหว่างกำลังคิดแผนสองนั้น..
ฟิ้ววว รถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านนั้น ขับออกไปแล้ว
ฉันได้แต่ ………………………..
ฉันจะทำยังงัยดี มาถึงนี่แล้ว เค้าจะกลับมากี่โมง เอ แต่ในรถเหมือนไม่ได้มีแค่คนขับนะ..ว่าแต่ว่า คนขับล่ะใช่เค้ามั้ย แต่ก้อนะ..สูงติดเพดานรถขนาดนั้น คงเป็นเค้าแหละ
เอาล่ะ..ตัดสินใจโทรเข้าไป..ที่มือถือเค้า..
ตื้ดดดดดดดด….จนครั้งที่ 3 ( Busy…) กดสายเราทิ้ง
ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตอนที่คบกันเวลาเราโทรไปเค้าจะโทรกลับเสมอ อาจจะช้าหน่อย แต่ก้โทร เพราะเบอร์เค้าโทรหาเราฟรี
10 นาทีต่อมา…โทรอีกครั้งซิ…คราววนี้ไม่รับ ไม่กดทิ้ง
ในใจคิดว่า ถ้าเค้าออกไปข้างนอกแล้วอีกนานกว่าจะกลับ ฉันคงวางมันไว้หน้าบ้านอย่างนั้น แต่เมื่อไหร่เค้าจะกลับมาเจอ เค้กก็กลัวมีน้องหมาแถวนั้นมาเอาไปหม่ำ ของก็กลัวคนเดินผ่านแล้วจิ๊กไป
เค้ายังไม่โทรกลับมา..ฉันยังนั่งมองและรออยู่ที่เดิม
เกือบครึ่งชั่วโมงผ่านไป….
ฮ้า….มีรถเข้าซอยมาแล้ว ใช่เค้าจริงๆ ด้วย ทีนี้แหละ..เจอตัวเป็นๆไปเรย ยื่นให้ต่อหน้าเลยละกัน ไหนๆ ก็มาแล้วนี่
หมายเหตุ : ใครอาจจะคิดว่าฉันโง่และบ้า ทำแบบนั้น .. เลิกกันแล้ว ทำให้ทำไม…ฉันเพียงแค่คิดว่า ถึงแม้ฉันจะคบเค้ามาไม่นาน แต่เราไม่เคยได้เป่าเค้กวันเกิดด้วยกันเลย และจากนี้ไปคงไม่มีโอกาสแล้ว ต่อจากนี้ไปเราคงห่างกันไปเรื่อยๆ เหลือแต่ความเป็นเพื่อนที่ห่างกันจนกลายเป็นเพียงแค่ “คนอื่น” ถึงวันเกิดเค้าปีหน้า ฉันคงไม่ได้มีใจมากพอที่จะทำแบบนี้ได้..ดังนั้น ฉันเลือกทำในสิ่งที่ฉันอยากทำให้ และตั้งใจจะทำให้แบบนี้ตั้งแต่ตอนคบกันแล้ว…อีกอย่าง ฉันคบกับเค้าไม่นานเท่าไหร่กลัวว่าเค้าจะลืมฉันไปง่ายๆ กลัวไม่ถุกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์..ฉันอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จำแต่เรื่องที่ดีของฉันไว้นานๆ ยังอยากรู้สึกได้เสมอว่า“เราไม่ได้ไม่รักกัน”
5 ทุ่มกว่าแล้ว โทรศัพท์ฉันสั่น..โทรกลับมาแล้ว
ฉัน – ฮาโหล
เค้า – จ้า ว่างัย เป็นอะไรรึป่าว เกิดไรขึ้น เห็นโทรมาหลายที..
ฉัน – ป่าวจ้ะ มะมีรายหรอก แล้วนี่อยู่ไหนล่ะจ้ะ
เค้า – บ้านแหละจ้า โทดที เมื่อกี้ตอนที่โทรมาทีแรก กำลังเป่าเค้กกับที่บ้านอยู่ แล้วตอนที่สอง กำลังล้างจานเลย แต่นี่อ่ะ อยู่บนห้องแล้ว
ฉัน – ออ หลอจ้ะ เอ แล้วนี่สะดวกมั้ย ลงมาข้างล่างหน่อยนะ
เค้า – ห้ะ นี่ april fool day รึป่าวเนี่ย
ฉันได้แต่บอกว่าลงมาเถอะ เดี๋ยวก้อรู้เอง
เค้าเปิดประตูลงมาแล้ว..
ฉันนั่งอยู่บนรถ จุดเทียนรอ..เค้ามานั่งข้างรถฉันฝั่งคนขับที่ฉันนั่งอยู่ ฉันกดกระจกลงพร้อมกับยื่นเค้กพร้อมเทียนเล่มจิ๋วทีจุดแล้ว “Happy Birthday นะจ้ะ ขอให้มีความสุขจ้ะ เป่าเทียนได้เรยจ้า” (ฉากนั้นฉันประทับใจจัง)
เค้าเป่าเทียนดับไปแล้ว กลิ่นควันเทียนลอยเข้ามาในรถฉัน หอมดีจัง เค้ายื่นมาลูบหัวฉัน และบอกว่า ขอบคุณมากนะค้าบ
แล้วฉันก็บอกเค้าว่ากลับละนะ มาแค่นี้แหละ แล้วก็ขับรถออกมา…มองไม่เห็นทางเลย น้ำตาเต็มตาไปหมด
เค้าโทรเข้ามาหาฉัน ขอบคุณอีกครั้ง..ฉันตอบไปว่า ไม่เป็นไร ได้แต่ถามไปว่า
“เมื่อกี้ออกไปไหนมาเหรอ?” ฉันถาม
เค้าตอบฉันด้วยคำถามกลับมา…. “นี่มารอนานแล้วหลอ ตั้งแต่กี่โมง?”
ฉันเลยบอกไปว่า “มานานแล้ว ถึงได้ถามไง ว่าออกไปไหนมาเหรอ แต่ตอนนั้นตอบว่า เป่าเค้กอยู่กับที่บ้านนี่นา ก็เพราะว่าเห็นว่าออกไปข้างนอก ถึงได้โทร เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมากี่โมง ทำไมต้องโกหกกันด้วย บอกกันตรงๆ ก็ได้”
“ออกไปแถวนี้น่ะแหละ” เค้าตอบ
“ไปส่งใครเหรอ?” ฉันถามไปตามที่เห็น
“ก็เห็นแล้วนี่” เค้าตอบ
“ออ ไม่รู้หรอก” ฉันบอกเค้า
“คนนี้มาทางพ่อกับแม่น่ะ พ่อแม่เชียร์มากเลยนะ” เค้าตอบแบบอึกอัก
“นี่มันคือคำตอบของเรื่องทั้งหมดใช่มั้ย ฉันเข้าใจแล้วทุกอย่าง เป็นไปตามที่คิดไว้จริงๆ คำว่าไปกันไม่ได้ มันไม่ใช่หรอก” ฉันตอบ
“มันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดทุกอย่างหรอก แล้วก็ยังยืนยันได้เต็มปากเต็มคำว่า ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ใช่แฟน เค้ามาทางพ่อกับแม่จริงๆ” เค้าบอกฉัน
ฉันไม่ต้องการรับรู้อะไรอีกแล้ว ทุกอย่างมันคือคำตอบในตัวมันเอง
ฉันมากะว่าจะทำเซอไพรส์ให้เค้า ผลบุญมันส่งรวดเร็วทันใจดีจังฉันก้อได้รับ Big Surprised เช่นกัน
ขอบคุณวันนี้จริงๆ ฝรั่งเค้าเรียกที่ 1 เมษายน ว่าวัน “April Fool’s Day” แต่อย่างน้อย ฉันก็คงไม่ต้อง FOOL Everyday อีกต่อไปแล้ว..
กระจ่างแล้วกับคำว่า เข้ากันไม่ได้..หาย งง ซักทีนะเรา ใครถามฉันจะมีคำตอบที่ตัวเองก็พอตอบได้แล้ว
ฉันไม่ชอบ ข้ออ้างนั่น…และ…การโกหก
ขอบคุณนะ “APRIL FOOL’S DAY”
April 8, 2008 at 8:55 am
ชีวิตของคนเราเกิดมามักจะเจอปัญหาที่แตกต่างกันไป บางคนหนักไปทางปัญหาการเงินบ้าง ความรักบ้าง การงานบ้าง สิ่งที่จูนเจออาจจะหนักไปทางความรักซะมาก แต่ไม่เป็นไรหรอก มันคือประสบการณ์ (ที่อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่) ลี่ก้อเคยเหมือนกัน แต่ตอนนี้ลี่ตัดปัญหาด้วยการไม่มีมันเลย เพราะฉะนั้นจูนไม่ต้องกลัวว่าจูนจะเจ็บอยู่คนเดียว หลายๆคนก้อเจ็บกับจูนนะ ถ้าเป็นไปได้และย้อนอดีตได้ ลี่อาจจะค้านไม่ให้คบกับคนๆนี้ ไม่รู้สิ ลี่ไม่ค่อยชอบเค้าเลยว่ะ แต่ก้อไม่ได้แสดงออกมาหรอกนะ ที่ลี่รู้สึกคือจูนคบคนๆนี้แล้วเพื่อนคนเดิมของลี่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมเลย นึกอยู่หลายครั้งเลยว่าอยากให้เลิกๆกันไป อันนี้พูดจริงๆแบบสารภาพเลยนะ คนเราถ้าคบใครแล้วไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่าคบเลยดีกว่า เค้าควรยอมรับในความเป็นเรา ไม่ใช่มาเปลี่ยนเรา แต่วันนี้ขอขอบคุณสวรรค์สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเพื่อนลี่คนเดิมได้กลับมาแล้ว และต่อไปนี้ลี่ขอให้จูนได้เจอแต่คนดีๆ ขอให้ได้ลงเอยกับคนที่เหมาะสม ไม่ใช่ผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่จริงๆ
April 8, 2008 at 3:00 pm
น่าจะเป็นวันที่ดีมากกว่านะเนี่ย ไม่เห็นน่าเสียใจเลย ^o^
April 8, 2008 at 3:07 pm
ขอบคุณนะคะคุณลี่ และ คุณป๊อบ
สำหรับคอมเม้นต์ค่ะ จริงๆนะ
April 8, 2008 at 11:24 pm
^o^
เป็นกำลังใจให้นะครับ อย่าลืมรักษาสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ จะได้แข็งแรงๆ
May 16, 2008 at 9:34 am
อ่านแล้วเศร้า+ซึ้งกับสิ่งที่พี่จูนทำจังเลย ซึ้งๆ
ถ้ามีแล้วไม่ดี อย่ามีดีกว่าเนอะ
July 8, 2008 at 4:46 am
ซึ้งอ่ะ ดีจังที่ได้ทำสิ่งดีๆให้กับคนที่เรา(เคย)รัก จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังว่า น่าจะทำ… ทำไมไม่ทำ…
อย่างที่รู้อยู่ รู้ความจริงวันนี้ ดีกว่าโง่ตลอดไป
สู้ๆๆ
August 20, 2008 at 8:16 am
เค้าละซึ้งกะที่ตะเองเขียนเจงเจงเรยอะ แบบว่าแบบว่า ทำไมคนดีดีอย่างเรา ต้องไปเจอ เจอ… เห้อ สักวันฟ้าคงส่งเค้าคนนั้นมาให้ตะเองม้างงงงงงง